ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (ม.ศ.พ.)
ร่วมบริจาค เพื่อ เด็กผู้ยากไร้
เรื่องจริง ของ เด็กนักเรียนทุน
ข่าวสาร และ กิจกรรม ต่างๆ
บทสัมภาษณ์ ผู้บริจาคทุน
ติดต่อ ขอรับ ข่าวสาร EDF
ดาวน์โหลด
ร่วมงาน กับเรา
คำถามที่พบบ่อย
http://www.d-pal.org
http://www.edflao.org/
หน้าแรก เกี่ยวกับ EDF โครงการต่างๆ พื้นที่ดำเนินงาน สนับสนุน EDF ติดต่อ EDF
THAI VERSION ENGLISH VERSION
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ|ข้อมูลตามพื้นที่ดำเนินงาน|การประสานงานในพื้นที่|กระบวนการคัดเลือกเด็กนักเรียนทุน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “ภาคอีสาน” เป็นเขตหรือภาคหนึ่ง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไทย อยู่บนที่ราบสูงโคราช มีแม่น้ำโขงกั้นเขตทางตอนเหนือและตะวันออกของภาค ทางด้านใต้จรดชายแดนกัมพูชา ทางตะวันตกมีเทือกเขาเพชรบูรณ์เป็นแนวกั้นแยกจากภาคเหนือและภาคกลาง การเกษตรนับเป็นอาชีพหลักของภาค แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ทางด้านสังคมเศรษฐกิจ ทำให้มีผลผลิตที่น้อยกว่าภาคอื่นๆ
กลับสู่หน้าหลัก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ “ภาคอีสาน” เป็นเขตหรือภาคหนึ่ง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไทย อยู่บนที่ราบสูงโคราช มีแม่น้ำโขงกั้นเขตทางตอนเหนือและตะวันออกของภาค ทางด้านใต้จรดชายแดนกัมพูชา ทางตะวันตกมีเทือกเขาเพชรบูรณ์เป็นแนวกั้นแยกจากภาคเหนือและภาคกลาง การเกษตรนับเป็นอาชีพหลักของภาค แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ทางด้านสังคมเศรษฐกิจ ทำให้มีผลผลิตที่น้อยกว่าภาคอื่นๆ

ภูมิภาคนี้มีลักษณะโดดเด่นกว่าส่วนอื่นของประเทศประกอบด้วยจังหวัด 19 จังหวัดคือ หนองคาย นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ สกลนคร อุดรธานี เลย ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อุดรธานี หนองบัวลำภู และ อำนาจเจริญ นับได้ว่าเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่และประชากรมากที่สุดของประเทศไทย นอกจากนั้นยังเป็นภูมิภาคที่มีปัญหาในด้านต่างๆ มากที่สุด เช่น ปัญหาความแห้งแล้ง ความยากจน ประชากรอพยพย้ายถิ่น

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 21,328,111 คน และภาษาหลักของภาคนี้ คือ ภาษาอีสาน แต่ภาษากลางนิยมใช้กันแพร่หลายเฉพาะในเมืองใหญ่ ขณะเดียวกันยังมีภาษาเขมร ที่ใช้กันมากในบริเวณอีสานใต้ นอกจากนี้ยังมีภาษาถิ่นอื่นๆ อีกมาก เช่น ภาษาผู้ไทย ภาษาโส้ เป็นต้น

ภาคอีสานมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น เช่น อาหาร ภาษา ดนตรีหมอลำ และศิลปะการฟ้อนรำที่เรียกว่า เซิ้ง เป็นต้น ประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ของตน คือ หญิงมักจะนุ่งผ้าซิ่นทอด้วยฝ้าย มีเชิงคลุมเลยเข่าไปเล็กน้อย สวมเสื้อแขนสั้น ผู้สูงอายุมักตัดผมสั้นไว้จอน ส่วนผู้ชายไม่ค่อยมีรูปแบบที่แน่นอนนัก แต่มักนุ่งกางเกงมีขาครึ่งน่อง หรือนุ่งโสร่งผ้าไหม อย่างไรก็ตามเครื่องแต่งกายดังกล่าวจะพบน้อยลง ในปัจจุบันประชากรวัยหนุ่มสาวจะแต่งกายตามสมัยนิยมอย่างที่พบเห็นในที่อื่นๆ ของประเทศ

การประกอบอาชีพของประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ การเพาะปลูกพืชที่สำคัญได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ปอ ข้าวโพด เพราะว่าภาคนี้มีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกมากกว่าภาคอื่นๆ แต่ผลิตผลที่ได้ต่ำ เพราะการทำนาส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนซึ่งไม่ค่อยแน่นอน บางปีมีน้ำมาก บางปีไม่มีน้ำเลย พอถึงฤดูแล้งน้ำในแม่น้ำลำธารจะเหือดแห้งไปเสียส่วนใหญ่ ถึงฤดูฝนประชาชนก็ไม่ได้เตรียมการเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ให้เป็นที่แพร่หลายกัน เว้นแต่เก็บน้ำฝนไว้ดื่มกินเท่านั้น การขาดแคลนน้ำในภาคนี้ทำให้ไม่ค่อยมีการปลูกพืชหลังการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ทำให้ผลผลิตมีน้อย เป็นเหตุให้ประชากรในภูมิภาคนี้มีความยากจนเป็นส่วนมาก

ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรทำให้เกิดโครงการน้ำพระทัยจากในหลวง หรือที่รู้จักกันในนาม “โครงการอีสานเขียว” ความมุ่งหมายของโครงการนี้เพื่อหวังจะยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ดีขึ้น โดยการหาและสร้างแหล่งน้ำ ปรับปรุงวิธีการประกอบอาชีพ ปรับปรุงด้านสุขภาพอนามัย สิ่งสำคัญที่ควรจะพิจารณา คือ พื้นที่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายแห่งไม่เหมาะสำหรับปลูกข้าว เพราะข้าวต้องการน้ำมาก แต่เหมาะสำหรับเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว แต่การเลี้ยงวัวเลี้ยงควายโดยการปลูกหญ้าให้เป็นอาหารสัตว์นั้นยังทำกันไม่ค่อยแพร่หลายในภาคนี้ การเลี้ยงสัตว์จึงไม่ค่อยได้ผล สำหรับงานฝีมือ เช่น การทอผ้าไหมและการจักสานในภาคนี้ทำกันได้ดีมีฝีมือประณีต แต่การทำในลักษณะที่เป็นกิจการใหญ่โตทำครั้งละมากๆ เพื่อการค้ายังไม่เป็นที่นิยมกันในหมู่ประชาชน

เนื่องจากความขัดสนในพื้นที่ผู้คนในภาคนี้จึงได้ดิ้นรนไปหางานทำกันในภาคอื่น ส่วนมากไปในลักษณะการบุกเบิกหาที่ทำกินใหม่ เรียกว่า " หานาดี" ในภายหลังการหานาดีก็ทำได้ยาก เพราะไม่มีพื้นที่จะให้บุกเบิกใหม่ ส่วนใหญ่จึงไปทำงานรับจ้างในที่ต่างๆ และไปกันถึงต่างประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ บรูไน และ ในประเทศเขตทะเลทรายตะวันออกกลาง เพราะฉะนั้นปัญหาของภูมิภาคนี้ คือ การหาหนทางปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาค สร้างอาชีพใหม่ๆ ให้เข้ากับสภาพทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ โดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ และตั้งโรงงานที่รองรับผลิตผล เหล่านี้จะสามารถแก้ปัญหาในภูมิภาคนี้ได้มาก

จากการที่ภาคอีสานเป็นภาคที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศ กว่า 21 ล้านคน หรือ 1 ใน 3 ของประเทศไทย และยังเป็นภาคที่มีปัญหาด้านต่างๆ มากที่สุด เช่น ปัญหาความแห้งแล้ง ความยากจน ประชากรอพยพย้ายถิ่น และสงผลให้การว่างงานเพิ่มขึ้น

จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า อัตราการว่างงานของประเทศไทย พ.ศ. 2547 นั้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการว่างงานสูงสุดเท่ากับภาคเหนือ คือ ร้อยละ 3.2 ภาคใต้ ร้อยละ 2.3 ภาคกลาง ร้อยละ 1.9 และกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 1.8 และ พบว่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาว่างงานมากที่สุด 2.4 แสนคน รองลงมาคือระดับประถมศึกษา 2.0 แสนคน เพราะฉะนั้น การศึกษาแค่ระดับการศึกษาภาคบังคับนั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของสังคมแล้วในปัจจุบัน

EDF จึงเข้ามาทำงานด้านการพัฒนาการศึกษาของไทย เมื่อ พ.ศ. 2531 โดยเริ่มต้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเป็นการลดอัตราการว่างงาน หรือแรงงานราคาถูกโดยการให้เด็กยากจนในพื้นที่ชนบทห่างไกลมีโอกาสได้รับการศึกษาที่เท่าเทียบกับบุคคลอื่น

EDF เริ่มสนับสนุนทุนการศึกษาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2531 ที่ จ.อุดรธานีเพียงจังหวัดเดียว จำนวน 41 ทุน เนื่องจากทุนที่หามายังน้อยอยู่ เมื่อเริ่มหาทุนได้มากขึ้น จึงได้จึงได้ขยายพื้นที่เป็น 7 จังหวัด ในปี พ.ศ. 2533 ด้วยจำนวนทุน 6,633 ทุน จากนั้นจำนวนทุนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนขยายครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 19 จังหวัด เมื่อพ.ศ. 2540 ด้วยจำนวนทุน 14,472 ทุน และการระดมทุนของ EDF ก็เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 16,030 ทุน เมื่อ พ.ศ. 2544

EDF ได้ดำเนินงานการสนับสนุนทุนศึกษาแล้ว 19 ปี จากการเริ่มต้นเพียงแค่ 41 ทุน ปัจจุบัน EDF ได้ให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กยากจนในพื้นที่ห่างไกล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้วทั้งสิ้น จำนวน 219,795 ทุน ให้แก่ 3,627 โรงเรียน เป็นจำนวนเงินมากกว่า 330 ล้านบาท

แผนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | สรุปทุนการศึกษา ปี 1988-2006
กลับสู่ด้านบน
Copyright © 2005 EDF, IT-Staff
Enhance your experience best viewed with Microsoft Internet Explorer 4 or Higher on 800x600 pixel
The Education for Development Foundation (EDF)
Tel. 662-9405925, 662-5799209-11     Fax. 662-9405266