THA  ENG   JPN
หน้าหลัก > เรื่องจริงของเด็กนักเรียนทุนEDF > คุณเสาวนีย์ สร้างนอก อดีตนักเรียนทุน EDF (พ.ศ.2533-2535)
คุณเสาวนีย์ สร้างนอก อดีตนักเรียนทุน EDF (พ.ศ.2533-2535)

คุณเสาวนีย์ สร้างนอก อดีตนักเรียนทุน EDF ชั้น ม.1-ม.3 (พ.ศ.2533-2535) จังหวัดขอนแก่น
การศึกษา: ครุศาสตรบัณฑิต สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2543
หน้าที่การงานในปัจจุบัน: ครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนแสงอรุณ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ

“ตอนที่ได้รับทุนจาก EDF รู้สึกดีใจมาก คนบางคนอาจคิดว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่สำหรับคนยากคนจนที่ไม่มีทางเลือกมากนักอย่างครอบครัวของดิฉันทุนการศึกษานี้ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากค่ะ”

“วันนี้เมื่อคิดย้อนกลับไป ดิฉันก็ยังรู้สึกแปลกใจว่า เด็กบ้านนอกจนๆ คนหนึ่ง มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ แล้วมาถึงตรงจุดนี้ได้อย่างไร จริงๆ ดิฉันก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่งอะไรเลย แต่ว่าดิฉันเป็นคนโชคดีที่ได้รับโอกาส-

-จากผู้ที่ใจดีมาโดยตลอด ....คำว่าโอกาสจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยนะคะ ถ้าไม่ได้รับโอกาสในวันนั้นดิฉันก็คงมายืนตรงจุดนี้ไม่ได้”

เหตุเพราะความบังเอิญทำให้เราได้มีโอกาสพบกับ คุณเสาวนีย์ สร้างนอก อดีตเด็กนักเรียนทุน EDF (พ.ศ.2533-2535) จากจังหวัดขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันเธอเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์อยู่ที่โรงเรียนแสงอรุณ ในย่านธนบุรี

โดยในวันที่ 27มิถุนายน 2555 เธอได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการโรงเรียนให้นำเด็กนักเรียนเดินทางมารับทุนการศึกษาเด็กยากจนแต่เรียนดีของมูลนิธิ EDF ที่พิธีมอบทุนได้จัดขึ้นที่โรงเรียนสารวิทยา เขตบางเขน

ด้วยความไม่แน่ใจว่าทุนการศึกษา EDF เป็นทุนเดียวกับ ทุนการศึกษาดรุณีที่เธอเคยได้รับเมื่อ 22 ปีก่อนหรือไม่ (เนื่องจากในอดีต ครูในพื้นที่มักจะเรียกทุนการศึกษา EDF ติดปากกันว่า ทุนการศึกษาดรุณี)

แต่ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกประกอบกับการที่เธออยากจะมีโอกาส พบเจอเพื่อแสดงความขอบคุณผู้บริจาคที่ได้มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเธออีกสักครั้งหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเดินเข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ EDF แต่หลังจากเธอได้ทราบว่าผู้บริจาคของเธอได้เสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ทำให้เธอกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจเอาไว้ไม่อยู่ วันนี้ EDF จึงอยากขอนำเรื่องราวในหลายแง่มุมที่น่าสนใจของเธอ จากการที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอ ในวันนั้น เพื่อนำมาแบ่งปันให้แก่ทุกท่านได้รับรู้ค่ะ

EDF: ช่วยเล่าถึงชีวิตหน้าที่การงานในปัจจุบันหน่อยค่ะ

.เสาวนีย์: ปัจจุบันอายุ 35 ปีค่ะ เรียนจบปริญญาตรีที่สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา ในปี พ.ศ. 2543 และก็ได้บรรจุเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนแสงอรุณเป็นเวลา 12 ปีแล้วค่ะ ปัจจุบันยังได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของโรงเรียนด้วยค่ะ
 
EDF: แล้วเรื่องราวสมัยตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาเป็นอย่างไรบ้างคะ

.เสาวนีย์: พื้นเพเดิมเป็นคนอำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่นค่ะ ตอนสมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นนั้นครอบครัวค่อนข้างลำบากค่ะ ที่บ้านกันอยู่ 6 คน ก็มีตัวดิฉัน คุณย่า คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว และน้องชาย แต่รายได้หลักมาจากคุณพ่อเพียงคนเดียว ที่ทำงานรับจ้างตัดเย็บผ้าและทำนา โดยมีคุณแม่เป็นผู้ช่วย แม้จะยากจนแต่ก็ถือว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่น คุณพ่อและคุณแม่เป็นคนขยันทำงาน ในช่วงที่ดิฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหนองสองห้องวิทยา มีนักเรียนค่อนข้างเยอะพอสมควร ตอนนั้นโรงเรียนมีกฎเกณฑ์ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่เรียนได้เกรดเฉลี่ย 3.50 ขึ้นไป และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่เรียนได้เกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้นไป ไม่ต้องชำระค่าเทอมค่ะ ด้วยความที่บ้านมีรายได้น้อย ดิฉันก็เลยตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดไว้ จึงทำให้ตั้งแต่เรียนชั้น ม.1-ม.6 ก็สามารถแบ่งเบาภาระครอบครัวในการจ่ายค่าเทอมได้ทุกปี ชุดนักเรียนคุณพ่อก็จะเป็นคนตัดเย็บเองให้ลูกๆ ทุกคนค่ะ ส่วนค่าอุปกรณ์การเรียน แบบเรียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดิฉันก็ใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับจาก EDF ค่ะ ขาดเหลืออย่างไรดิฉันก็ต้องหาเพิ่มเติมจากการทำงานพิเศษที่ร้านขายหนังสือตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนและหลังเลิกเรียน และวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ บางครั้งก็ไปรับจ้างทำความสะอาดบ้าน รับจ้างรีดผ้า เรียกได้ว่าทำทุกอย่างเท่าที่เวลาว่างจะพอมี เคยคิดว่าอยากจะให้แต่ละวันมีเวลา 48 ชั่วโมงเสียด้วยซํ้า หลายๆ ครั้งก็รู้สึกว่าเหนื่อยแต่ก็ต้องอดทน เพราะสงสารคุณพ่อกับคุณแม่และครอบครัวค่ะ
 
EDF: ความรู้สึกตอนที่ได้รับทุน EDF สมัยมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นอย่างไรบ้างคะ

.เสาวนีย์: ตอนนั้นก็รู้สึกดีใจมากค่ะ เท่าที่จำได้ตอนนั้นที่โรงเรียนเรียกทุนนี้ว่าทุนการศึกษาดรุณีค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าทุนที่ได้มานั้นเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่สำหรับครอบครัวคนยากคนจนที่ไม่มีทางเลือกมากนักอย่างครอบครัวของดิฉันแล้ว ทุนการศึกษานี้ถือเป็นสิ่งที่มีค่ามากค่ะ และทำให้ดิฉันรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้ช่วยเหลือพ่อแม่ในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางการเรียนของดิฉันได้ค่ะ
 
EDF: ตอนสมัยที่ได้รับทุนเคยมีโอกาสได้พบหรือติดต่อทางจดหมายกับผู้บริจาคทุนบ้างหรือไม่คะ

.เสาวนีย์: ตอนสมัยเรียนอยู่ชั้น ม.2 ท่านเคยมาเยี่ยมที่โรงเรียนครั้งหนึ่งค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่าตื่นเต้นและดีใจมาก ถึงขั้นร่างบทสนทนาเลยนะคะว่าจะคุยอะไรกับท่านบ้าง แต่พอถึงวันจริงก็ตื่นเต้นจนลืมทุกอย่าง ท่านเป็นคนที่ใจดีมีเมตตามาก ดิฉันยังจำสายตาที่เอื้ออาทรของท่านได้จนวันนี้ หลังจากนั้นดิฉันก็ได้เขียนจดหมายถึงท่านในบางโอกาสค่ะ ส่วนท่านก็เขียนจดหมายกลับมาและส่งของขวัญมาให้ดิฉันบ่อยๆ ค่ะ ดิฉันดีใจมาก ของขวัญที่ท่านส่งมาให้นั้นดิฉันเก็บไว้เป็นอย่างดีค่ะไม่กล้านำมาใช้เพราะเกรงว่าจะเก่าและชำรุดค่ะ เก็บใส่ตู้ไว้เป็นอย่างดีเลย บางทีท่านก็ส่งโปสการ์ดหรือภาพถ่ายของครอบครัวท่านมาให้ค่ะ

 รูปถ่าย อ.เสาวนีย์ ตอนได้รับทุนการศึกษา EDF ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พ.ศ. 2533
และเพีื่อนๆนักเรียนทุนในโรงเรียนหนองสองห้องวิทยา จังหวัดขอแแก่น

 
EDF: ช่วยเล่าถึงชีวิตในช่วงที่เรียนต่อระดับชั้นปริญญาตรีให้ทราบหน่อยค่ะ

.เสาวนีย์: พอดิฉันเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ดิฉันสามารถสอบโควต้าเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยรัฐหลายที่เลยค่ะ แต่มีอุปสรรคในเรื่องค่าเล่าเรียนที่ค่อนข้างสูงในทุกมหาวิทยาลัยแม้ว่าคุณพ่อจะสนับสนุนให้เรียน แต่สุดท้ายดิฉันตัดสินใจสละสิทธิ์ทุกที่ค่ะ เพราะคิดว่าที่บ้านคงส่งเราเรียนไม่ไหว ดิฉันจึงตัดสินใจเดินทางมาสอบที่สถาบันราชภัฏสวนสุนันทาที่กรุงเทพฯ เพราะว่าดิฉันมีความตั้งใจอยากเป็นครูตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว พอคุณพ่อรู้ท่านโกรธมากเลยค่ะ ผลสอบที่ทางสถาบันส่งไปรษณีย์มาแจ้งที่บ้าน ท่านก็ไม่ยอมบอกดิฉัน มารู้เอาอีกทีก็เพราะคุณแม่แอบมาบอก ดิฉันก็เลยตัดสินใจมาเรียนที่กรุงเทพค่ะ 2-3 เดือนแรกก็ค่อนข้างลำบากมาก ที่บ้านส่งเงินให้เดือนละ 2,000 บาท ค่าหอพัก 1,000บาท ที่เหลือต้องใช้ให้พอค่ะ แต่ว่าบนเส้นทางที่มืดมนก็ยังมีแสงสว่างอยู่บ้างค่ะ หลังจากเรียนไปได้ 2-3 เดือน อาจารย์ก็ช่วยพาเด็กนักเรียนมาให้ดิฉันช่วยสอนพิเศษคณิตศาสตร์ให้ ตอนนั้นได้ค่าสอนชั่วโมงละ 150 บาทค่ะ ดิฉันดีใจมากสอนวันละ 2 ชั่วโมง ไหนจะวันเสาร์อาทิตย์อีกก็ถือว่าได้รายได้พอสมควร ดิฉันก็เลยตัดสินใจบอกพ่อกับแม่ว่าไม่ต้องส่งเงินมาให้แล้ว และเราจะเป็นคนส่งเงินให้ท่านใช้ทุกเดือนแทน สรุปว่าที่เรียนจบมหาวิทยาลัยมาได้นั้นก็เพราะทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนค่ะ

วันนี้เมื่อคิดย้อนกลับไปแล้ว ดิฉันก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่ว่าเด็กบ้านนอก ยากจนๆ คนหนึ่งมาทำอะไรอยู่ตรงนี้แล้วมาถึงตรงจุดนี้ได้อย่างไรจริงๆ แล้วดิฉันก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่งอะไรเลย แต่ดิฉันคิดว่าดิฉันเป็นคนที่โชคดีที่ได้รับโอกาสจากผู้ที่ใจดีมาโดยตลอด ....คำว่าโอกาสจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยนะคะถ้าไม่ได้รับโอกาสในวันนั้นดิฉันก็คงมายืนตรงจุดนี้ไม่ได้

ทุกวันนี้เวลาสอนนักเรียน เวลาที่เด็กทำอะไรผิด ดิฉันก็มักจะถามเสมอว่าเธอต้องการโอกาสแก้ตัวไหม ไม่ว่าจะเป็นความผิดที่มากหรือน้อยหรือในเรื่องอื่นๆ ก็ตาม ดิฉันก็จะหยิบยื่นโอกาสให้เด็กๆ อยู่เสมอ เหมือนกับโอกาสที่ดิฉันเคยได้รับจนทำให้มีวันนี้ได้ ตอนนี้ดิฉันอยากจะเป็นผู้ให้โอกาสแก่ผู้อื่นบ้างค่ะ

 

รูป อ.เสาวนีย์ ในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา ในปี พ.ศ. 2543

 
EDF: ทำไมถึงตัดสินใจมาเป็นครูคะ

.เสาวนีย์: ที่ตัดสินใจเป็นครูเพราะว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ เรามีทุกวันนี้ได้เพราะโอกาสที่ครูหยิบยื่นให้เราตั้งแต่เด็ก ดิฉันโชคดีตรงที่ได้พบกับครูดีๆ มาโดยตลอด เริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียน ป.4 ค่ะ ตอนนั้นคุณครูคณิตศาตร์ประจำชั้นของดิฉัน ท่านเมตตาสอนพิเศษให้หลังเลิกเรียนทุกวันโดยท่านไม่เคยเก็บเงินเลยค่ะ แล้วท่านก็พาดิฉันไปสอบแข่งขันคณิตศาตร์อยู่ตลอด ดิฉันก็เลยชอบเรียนคณิตศาสตร์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและก็ฝันว่า วันหนึ่งเราจะเป็นครูที่ดีแบบท่านให้ได้ สรุปว่าดิฉันตัดสินใจมาเป็นครูเพราะความตั้งใจและเป็นความฝันตั้งแต่เด็กค่ะ
 
EDF: การเป็นครูมา 12 ปี รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

.เสาวนีย์: อาชีพครูนั้นเป็นอาชีพที่เหนื่อยมากค่ะ แต่เมื่อเราเห็นผลผลิตเราออกแล้วไปได้ดีประสบความสำเร็จก็ภูมิใจหายเหนื่อยค่ะ เท่าที่สอนมา 12 ปี ปัญหาที่เราเป็นห่วงมีอยู่อย่างเดียวคือ เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยเราตอนเป็นเด็กๆ เลย คือไม่ค่อยตั้งใจเรียน แต่จริงๆแล้วเด็กๆ เค้าน่าสงสารมากเลยนะคะ เพราะว่าเค้าเกิดมาในยุคที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุที่จะดึงดูดเค้าไปในทางที่ไม่ดีได้ตลอดเวลา เด็กสมัยนี้ไม่ใช่จะเก่งแค่เรียนเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องเก่งที่จะต้องเอาชนะตัวเองและสิ่งยั่วยุต่างๆ ให้ได้ด้วยดังนั้นเราเป็นครูก็ต้องตามเค้าให้ทันเพื่อจะได้ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเค้าได้ค่ะ


อ.เสาวนีย์ในปัจจุบัน (คนกลางภาพ) กับบทบาทครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาตร์ โรงเรียนแสงอรุณ ธนบุรี กรุงเทพฯ
 
EDF: คิดว่าที่ชีวิตของเรามาถึงจุดนี้ได้เพราะอะไรคะ

.เสาวนีย์: สำหรับเด็กที่โอกาสมีจำกัดอย่างดิฉันที่มาถึงจุดนี้ได้ก็มีหลายประเด็นค่ะประเด็นแรกที่สำคัญที่สุดก็คือ “พ่อแม่เพราะว่าเรารักคุณพ่อคุณแม่ค่ะเราเห็นท่านลำบากมันก็เหมือนเป็นแรงผลักดันให้เรามีความพยายาม ที่จะทำชีวิตให้ดีขึ้นเพื่อวันหนึ่งเราจะได้ดูแลท่านได้อย่างสบายคิดว่าความกตัญญูของเราทุกคนจะเป็นเกราะป้องกันให้เรารอดพ้นจากสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ได้ค่ะประเด็นที่สอง ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “โอกาสค่ะคนบางคนแม้ว่าจะมีความสามารถ มีความพยายามและอดทนเพียงใด แต่หากว่าขาดโอกาสและการสนับสนุนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ บางครั้งดิฉันก็คิดว่าทำไมต้องมีชีวิตที่ลำบาก บางครั้งก็เหนื่อย บางครั้งก็ท้อแท้บ้าง แต่เชื่อไหมคะ ว่าหลายครั้งที่ดิฉันมีความรู้สึกเหมือนจะหมดหวัง ก็จะมีคนที่พร้อมจะยื่นมือมาช่วยเหลือเราเสมอแม้เราอาจจะไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ดิฉันคิดว่าดิฉันโชคดีที่ได้รับโอกาสในหลายๆ ครั้งที่ชีวิตประสบปัญหาค่ะ ประเด็นที่สามคือ “ความมุ่งมั่นค่ะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าดิฉันรักและศรัทธาในตัวคุณครูของดิฉันมาก ดังนั้นจึงเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกที่ดิฉันอยากจะเป็นครูเพื่อตอบแทนบุญคุณครูที่มอบโอกาสให้ดิฉันมาโดยตลอดค่ะ
 
EDF: มีอะไรอยากจะฝากถึงผู้บริจาคทุน EDFและน้องๆ เด็กนักเรียนทุน EDF บ้างไหมคะ

อ.เสาวนีย์: ดิฉันอยากบอกกับผู้บริจาคทุนของ EDF ทุกท่านว่า ความเมตตาของท่านช่วยเปลี่ยนแปลงโลกให้กับเด็กด้อยโอกาสหลายๆ คนเป็นอย่างมาก ดังนั้นดิฉันขอกราบขอบพระคุณท่านผู้บริจาคทุนทุกๆ ท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ดิฉันสัญญาว่าดิฉันจะเป็นส่วนหนึ่งที่คอยผลักดันและให้โอกาสกับเด็กๆ เหมือนกับที่ดิฉันเคยได้รับค่ะ ดิฉันจะพยายามสอนพวกเค้าให้เป็นคนดีของสังคม และช่วยกันพัฒนาสังคมของเราให้ดีขึ้นต่อไปค่ะ สำหรับน้องๆ ที่ได้รับทุนการศึกษานี้ พี่ก็ขอให้น้องๆ รักษาโอกาสดีๆ นี้ไว้ให้ดีและตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอให้น้องๆ มองเห็นคุณค่าของตัวเอง อย่าคิดว่าเราเกิดมาแล้วด้อยกว่าคนอื่นเค้า พี่คิดว่าเราก็โชคดีนะคะที่เกิดมาแบบนี้เพราะมันทำให้เราต้องเป็นคนที่เข้มเข็ง อดทนต่ออุปสรรค เหมือนกับมีภูมิต้านทานมาตั้งแต่แรกเกิดเลย   ถ้าเราคิดแต่สิ่งที่ดีเราก็จะทำแต่สิ่งที่ดีแล้วเราก็จะกลายเป็นคนที่ดีค่ะ
2012-11-13 | เรื่องจริงของเด็กนักเรียนทุนEDF | เปิดอ่าน 5604

ลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร EDF

มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา(EDF)
เลขที่ 50 อาคาร ส.มก. ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel.(02)5799209 to 11 | Fax. (02)9405266 | Email. public@edfthai.org
Connect with EDF        
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาเป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255
ทุกการบริจาคผ่าน มูลนิธิฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามกฎหมาย
© 2011 EDF-Thailand