THA  ENG   JPN
หน้าหลัก > เรื่องจริงของเด็กนักเรียนทุนEDF > ชีวิตที่ยังรอ“แสงสว่าง”
ชีวิตที่ยังรอ“แสงสว่าง”
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่างการเดินทางเยี่ยมบ้านเด็กนักเรียนที่สมัครขอรับทุนการศึกษา EDF ประจำปี 2555เราได้มีโอกาสพบกับ “น้องต่าย” หรือ พรทิพวัลย์ ยังวันทนา เด็กสาวอายุ 17ปี นักเรียนชั้น ม.5โรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม จังหวัดตราด
ปัจจุบันเธออาศัยอยู่กับนายแฉล้ม ยังวันทนา บิดา อายุ 69 ปีที่ตาบอดเนื่องจากเป็นต้อกระจกแต่ไม่มีเงินรักษา และยังมีโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน “เจริญ” พี่ชายที่พิการขาลีบเดินไม่ได้และสติไม่ดี “เต้ยและโต้ง” น้องชาย อายุ 13 ปีเรียนอยู่ชั้น ม.1และ 10ปี เรียนอยู่ชั้น ป.5 และ “นํ้าตาล” น้องสาวคนเล็กอายุ 5ปี เรียนอยู่ชั้นอนุบาล ทั้ง 6ชีวิตอาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่าๆ ชั้นเดียวยกพื้น ที่แทบจะว่างเปล่า มีเพียงฟูกและมุ้งเก่าๆ อยู่กลางบ้านที่เปิดโล่ง
ตั้งแต่พ่อของน้องต่ายตาบอดเมื่อ 4-5ปีก่อน แม่ของเธอก็เป็นเพียงผู้เดียวที่ทำงานหาเลี้ยงทุกคนในครอบครัวด้วยการรับจ้าง และขายลูกชิ้นปิ้ง โดยน้องต่ายจะช่วยแม่ทำงานหลังเลิกเรียนและวันหยุดทุกครั้ง แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แม่ของน้องต่ายได้หนีออกไปจากบ้านไปและไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย ทิ้งภาระหนี้สินที่ไปหยิบยืมมาเพื่อค้าขายและจุนเจือครอบครัว รวมถึงพ่อที่ตาบอด พี่ชายที่พิการ และน้องๆ อีก 3คนให้เธอดูแลเพียงลำพัง
 
น้องต่ายบอกกับเราว่า “ตอนที่แม่หายออกไปจากบ้าน พวกเราไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะอะไร จนหนูเพิ่งรู้จากญาติของแม่ว่าแม่หนีไปมีครอบครัวใหม่ที่จังหวัดสระแก้วแล้ว หนูกับน้องๆ เสียใจมาก น้องร้องไห้คิดถึงแม่อยู่ตลอด อย่างน้อยแม่มีปัญหาอะไรน่าจะบอกหนูบ้าง หนูอยากให้แม่กลับมา กลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม”


น้องต่ายกับพ่อ พี่ชายที่พิการ และน้องชายน้องสาวทั้ง 3 คน

 
ปัจจุบันน้องต่ายกลายเป็นผู้นำครอบครัวที่หาเลี้ยงทุกชีวิตในครอบครัว โดยรับจ้างขายผลไม้ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ได้วันละ 300บาท โดยทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงประมาณ 2-3ทุ่ม บางวันก็จะไปรับจ้างเก็บปูปลาจากอวนที่ชาวประมงลากขึ้นมาจากทะเลได้อวนละ 5-10บาท แต่รายได้ก็ยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายของทั้ง 6ชีวิตในครอบครัว ทำให้เต้ยที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1ต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน เพื่อมาดูแลพ่อและพี่ชายที่พิการ ส่วนน้องอีกสองคนก็ไม่ค่อยได้ไปโรงเรียนเนื่องจากไม่มีเงินไปโรงเรียน ส่วนน้องต่ายที่ต้องไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมในอำเภอที่ห่างจากบ้านประมาณ 30กิโลเมตร ก็ค้างค่ารถรับส่งมากว่า 4เดือนแล้ว ซึ่งช่วงปิดเทอมนี้น้องต่ายจะต้องทำงานทุกวันเพื่อหาเงินมาจ่ายค่ารถ และใช้หนี้สินของครอบครัว
 
พ่อของน้องต่ายเล่าให้เราฟังว่า “ผมแต่งงานกับภรรยาคนนี้มากว่า 20ปี มาถึงตอนนี้ผมไม่เสียใจแล้วเพราะเขาคงไปมีชีวิตที่ดีกว่าแล้ว จะสงสารก็แต่ลูกๆ อยากให้พวกเขามีอนาคตที่ดีกันทุกคน แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย ช่วยเหลืออะไรลูกๆ ไม่ได้เลย อายุก็มากเจ็บออดๆ แอดๆ ตาก็มองไม่เห็นไม่มีใครเขาจ้างทำงาน บางทีก็คิดจะฆ่าตัวตายให้พ้นๆ จะได้ไม่เป็นภาระลูกๆ แต่ก็มาได้คิดว่าถ้าเราไม่อยู่แล้วลูกๆ จะอยู่กันอย่างไร คนโตก็พิการ ต่ายก็เป็นผู้หญิง ที่เหลือก็ยังเด็กๆ กันอยู่”
 
คุณครูศุภวดี ครูประจำชั้นของน้องต่ายบอกว่า “น้องต่ายเป็นเด็กเรียนดีได้เกรดเฉลี่ย 3กว่าทุกเทอม เป็นที่รักของเพื่อนๆ จนได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าห้องทุกปี ตอนที่แม่เขาหายออกไปจากบ้านเขาก็ไม่ได้บอกครู จนเรามาสังเกตเห็นว่าเขาดูไม่ร่าเริงเหมือนเก่า และก็ไม่มีเงินซื้อข้าวกลางวันกิน ทุกวันนี้ครูในโรงเรียนก็จะหาข้าวกลางวันให้เขา บางวันเพื่อนๆ เขาก็จะแบ่งข้าวกลางวันให้ทาน อะไรที่พอจะช่วยเขาได้ครูทุกคนก็พยายามช่วยเขาเต็มที่ อยากให้เขาเรียนจนจบ”

 
น้องต่ายเล่าถึงความฝันของเธอว่า “หนูมีความฝันอยากเป็นครู เพราะครูเป็นผู้ให้แสงสว่าง หนูอยากเป็นผู้ให้แสงสว่างแก่เด็กๆ นักเรียน อยากช่วยเหลือพวกเขา สอนให้เขารู้ในสิ่งที่ไม่รู้ อยากช่วยเหลือเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสเหมือนกันกับหนูค่ะ”
 
ในปัจจุบัน เหลือเพียงน้องต่ายเพียงคนเดียวที่ยังคงเรียนหนังสืออยู่ เนื่องจากน้องเต้ยน้องชายคนโตต้องลาออกมาดูแลพ่อกับพี่ชาย ส่วนโต้งกับนํ้าตาล น้องชายและน้องสาวคนเล็ก โรงเรียนให้ซํ้าชั้นเนื่องจากเวลาเรียนไม่พอ และสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือ น้องต่ายอาจ กลายเป็นคนสุดท้ายที่ไม่ได้กลับไปเรียนอีกในวันเปิดเทอมที่จะมาถึงในเดือนมิถุนายนนี้

 
ติดต่อสอบถามเพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายรณรงค์ทุนการศึกษา EDF
โทร. 0-2579-9209-11
e-mail : public@edfthai.org
2012-03-27 | เรื่องจริงของเด็กนักเรียนทุนEDF | เปิดอ่าน 6891

ลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร EDF

มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา(EDF)
เลขที่ 50 อาคาร ส.มก. ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel.(02)5799209 to 11 | Fax. (02)9405266 | Email. public@edfthai.org
Connect with EDF        
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาเป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255
ทุกการบริจาคผ่าน มูลนิธิฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามกฎหมาย
© 2011 EDF-Thailand