THA  ENG   JPN
หน้าหลัก > เรื่องจริงของเด็กนักเรียนทุนEDF > อย่าให้พวกเขาต้องต่อสู้กับโชคชะตาเพียงลำพัง
อย่าให้พวกเขาต้องต่อสู้กับโชคชะตาเพียงลำพัง
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนจะเปิดเทอมปี 2563 นี้

แต่ยังมีเด็กๆ ที่ขาดแคลนในความดูแลของมูลนิธิ EDF อีกกว่า 3,100 คนที่ยังไม่มีผู้อุปการทุนการศึกษา แต่พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา หรือปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ วันนี้มูลนิธิ EDF จึงอยากนำเสนอการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของเด็กๆ 4 คน ที่แม้ยังไม่รู้ว่าตนเองจะได้รับทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อในวันเปิดเทอมนี้หรือไม่ แต่พวกเขาก็ไม่เคยปล่อยผ่านโอกาสใดๆ ที่เข้ามาในชีวิต แต่กลับเลือกที่จะทำงานทุกอย่าง เท่าที่ความสามารถของเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะทำได้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว และด้วยความหวังว่า จะเก็บหอมรอมริบได้มากพอที่จะต่ออนาคตทางการศึกษาของพวกเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย

น้องปอ หรือ ด.ญ.รำไพ อายุ 13 ปี จากจังหวัดมุกดาหาร ปัจจุบันอาศัยอยู่กับแม่ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่เนื่องจากที่ผ่านมาแทบไม่มีรายได้จากงานรับจ้างเลย น้องปอจึงไปช่วยแม่หาเก็บของป่า เช่น ผักหวาน หน่อไม้ ไข่มดแดง เห็ดป่าต่างๆ เพื่อนำมาขายให้กับชาวบ้าน แม้เงินที่ได้จะไม่มาก แต่น้องก็ภูมิใจที่ได้ช่วยแม่แบ่งเบาภาระ และได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในช่วงเวลาปิดเทอมที่ยาวนานกว่าปกติ

 
หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน น้องมิ้น หรือ ด.ญ.ดวงฤทัย วัย 13 ปี จากจังหวัดชัยภูมิ จึงต้องมาอาศัยอยู่กับย่า นอกจากจะช่วยย่าทำงานบ้านทุกอย่างแล้ว น้องยังช่วยงานที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวและส้มตำ เช่น ล้างจาน จัดโต๊ะ เสิร์ฟอาหาร และเก็บข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ แม้มาตรการควบคุมการนั่งทานอาหารในร้านก่อนหน้านี้ จะทำให้น้องมิ้นไม่ได้ทำงาน แต่ในช่วงนี้ร้านกลับมาเปิดขายได้ใหม่ น้องจึงรู้สึกดีใจที่ได้กลับมาทำงาน และมีรายได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นค่าขนมไปโรงเรียนในวันเปิดเทอม
 

 
น้องอิคคิว หรือ ด.ช.รัชชานนท์ วัย 13 ปี จากจังหวัดนครราชสีมา อาศัยอยู่กับยาย ซึ่งมีอาชีพทำมันฉาบขาย โดยน้องอิคคิวจะช่วยปอก ล้างมันเทศ และฝานเป็นชิ้นบางๆ เพื่อให้ยายทอดโรยน้ำตาล และน้องช่วยบรรจุถุงเพื่อนำไปขายที่ตลาด แต่ช่วงนี้จะขายได้น้อยลงค่อนข้างมากเพราะไม่ค่อยมีคนมาเดินตลาดเหมือนเมื่อก่อน น้องจึงยังไม่รู้ว่ายายจะสามารถส่งเสียน้องให้เรียนต่อชั้น ม.1 ในวันเปิดเทอมนี้ได้หรือไม่ แต่น้องก็ยังหวังว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น คนก็จะกลับมาซื้อมันฉาบของยายมากขึ้น
 

 
น้องคาวี หรือ ด.ช.นภัทร อายุ 12 ปี จากจังหวัดเลย อาศัยอยู่กับตายายที่อายุมากแล้ว และไม่สามารถทำงานหนักได้ น้องจึงเป็นกำลังหลักของครอบครัว โดยทำงานรับจ้างทุกอย่างที่มีคนจ้างให้ทำ เช่น กรีดยางพารา โดยค่าจ้างที่ได้รับน้องจะให้ตากับยายเอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และบางส่วนเก็บไว้ใช้เรียนต่อ ซึ่งน้องก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินมากเท่าไหร่ ถึงจะเรียนจนจบได้ แต่น้องก็พยายามจะทำงานให้ได้มากที่สุดด้วยความหวังว่าจะได้เรียนต่อชั้นสูงๆ และมีงานทำเพื่อดูแลตากับยายให้ไม่ต้องลำบาก
 

 
สำหรับเด็กๆ ด้อยโอกาสจำนวนมากในสังคมไทย การได้มีโอกาสทำงาน และมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ถือเป็นสิ่งที่ดีและน่ายกย่อง แต่คงจะดีกว่าถ้าเด็กๆ เหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนทางด้านการศึกษาให้มากกว่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีโอกาสได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ มีความรู้ และทักษะที่จะนำไปประกอบอาชีพ เพื่อช่วยตนเอง และดูแลครอบครัวได้อย่างยั่งยืนต่อไป
 
วันนี้ยังพอมีเวลาที่ท่านจะมีส่วนร่วมเปลี่ยนแปลงอนาคตของพวกเขาเหล่านี้ ด้วยการให้โอกาสทางการศึกษาซึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเด็กที่ยากไร้คนหนึ่งได้ตลอดไป


 
2020-06-01 | เรื่องจริงของเด็กนักเรียนทุนEDF | เปิดอ่าน 311

ลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร EDF

มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา(EDF)
เลขที่ 50 อาคาร ส.มก. ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel.(02)5799209 to 11 | Fax. (02)9405266 | Email. public@edfthai.org
Connect with EDF        
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาเป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255
ทุกการบริจาคผ่าน มูลนิธิฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามกฎหมาย
© 2011 EDF-Thailand