THA  ENG   JPN
หน้าหลัก > ข่าวและกิจกรรมล่าสุด > คณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวาคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาทัศนศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
คณะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวาคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาทัศนศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำกรุงโอซากา และมหาวิทยาลัยวาคายาม่า (Wakayama University) ประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้แก่คณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักศึกษาชาวญี่ปุ่น ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้คนจากหลายเชื้อชาติ หลากภาษา ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยมาตั้งแต่อดีต
คณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่นได้เดินทางทัศนศึกษา เยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนาและวัฒนธรรมในเขต กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เพื่อสักการะพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) และวัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) โดยทั้งหมดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักในระดับโลกทั้งสิ้น
 
นอกจากการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาแล้ว คณะนักศึกษาญี่ปุ่น ยังได้มีจิตอาสาสมัคร ช่วยกันระดมทุนให้กับมูลนิธิ EDF ได้นำไปเป็นทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจน โดยการนำสินค้าที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ จากประเทศญี่ปุ่น มาจำหน่ายในราคาประหยัด ณ ตลาดยิ่งเจริญ แขวงสะพานใหม่ เขตดอนเมือง ในการนี้ มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากการที่หลายคนสนใจเข้ามาอุดหนุนสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง ทำให้ของที่นำมาจำหน่ายได้จนหมดได้ภายในเวลาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้น นักศึกษาญี่ปุ่นได้มอบเงินทั้งหมดที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกดังกล่าว ให้แก่มูลนิธิ EDF โดยไม่หักค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจนต่อไป





หลังจากนั้น คณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ได้เดินทางไปทัศนศึกษา ณ บริษัท เดนโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ถนนเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อศึกษาและเยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมด้านการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ในฐานะที่เป็นองค์กรจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีบทบาทสำคัญทางธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย นอกจากนี้ คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยวาคายาม่า ยังได้เดินทางไปศึกษา เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของไทย โดยมีคณะนักศึกษาภาควิชาภาษาญี่ปุ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย คือ มหาวิทยาลัยวาคายาม่า ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประเทศไทย ได้แสดงถึงมิตรไมตรี และผูกสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แม้จะอยู่ต่างบ้านต่างเมืองกันก็ตาม





หลังจากทัศนศึกษาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว นักศึกษาญี่ปุ่นได้เดินทางไปร่วมทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมต่างประเทศ ณ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเยาวชนของประเทศไทยและต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 2 วัน 1 คืน
 
หลังจากทัศนศึกษาและร่วมกิจกรรมต่างๆ ในกรุงเทพฯ และชลบุรีแล้ว คณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ยังได้เดินทางไปจังหวัดนครราชสีมา เพื่อศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมแบบท้องถิ่นอีสาน รวมไปถึงหลักสูตรท้องถิ่นและการจัดการการเรียนการสอน ณ โรงเรียนบ้านแปรง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 5 เป็นเวลา 5 วัน 4 คืน ในการนี้คณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น จากคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียนของโรงเรียนบ้านแปรง รวมไปถึงคณะผู้ปกครองนักเรียน ชาวบ้าน ซึ่งได้ให้การอุปการะคณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ในการให้เข้าพักแบบโฮมเสตย์ ร่วมเล่นกีฬา รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตลอดการทัศนศึกษาในครั้งนี้อีกด้วย





ทางไปยังจังหวัดเชียงราย เพื่อศึกษาเรียนรู้และดำเนินกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ให้กับโรงเรียนในท้องถิ่นภาคเหนือ ที่มีนักเรียนชาวเขาจากชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่รายรอบ เข้ามาศึกษาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านพญาไพร และโรงเรียนสามัคคีพัฒนา ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งนักศึกษาชาวญี่ปุ่นได้ร่วมทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เช่น การชงชาแบบญี่ปุ่น การแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ การทำของเล่นจากล่องนมใช้แล้ว การทำปืนเด็กเล่นจากตะเกียบ ส่วนทางโรงเรียนชนเผ่า ได้นำเอาการแสดงด้านวัฒนธรรมของตนมาร่วมแลกเปลี่ยนด้วย เช่น การเก็บใบชา การชงชาจีน การแสดงฟ้อนและเป่าแคนและการโยนลูกช่วงของชนเผ่าม้ง การเต้นจะคึของชนเผ่าลาหู่ (เต้นรำวงระหว่างหญิง-ชาย) การตีลูกข่างของชนเผ่าม้ง และการแต่งกายด้วยชุดชนเผ่าต่างๆ เช่น อาข่า ลีซอ ลาหู่ ไทยใหญ่ และม้ง เป็นต้น





หลังจากกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับเด็กนักเรียนชนเผ่าแล้ว คณะนักศึกษาชาวญี่ปุ่น ยังได้เดินทางไปทัศนศึกษา ยังชายแดนไทย-พม่า ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพรมแดนติดกับจังหวัดท่าขึ้เหล็ก ประเทศพม่า รวมถึงไปทัศนศึกษาณ บริเวณ สามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมความอลังการของงานด้านจิตรกรรมของประเทศไทย ณ วัดร่องขุ่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และรวมทั้งได้เก็บความประทับใจก่อนกลับประเทศญี่ปุ่น ด้วยการเที่ยวชมปางช้างแม่แตง ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งนักศึกษาญี่ปุ่นต้องตะลึงกับความสามารถของช้างไทย ที่ได้รับการฝึกสอนมาเป็นอย่างดี
 
กิจกรรมทัศนศึกษาในครั้งนี้ นอกจากการได้ทัศนศึกษายังสถานที่ต่างๆ แทบจะทุกภาคของประเทศไทยแล้ว กิจกรรมนี้ยังเปิดโอกาสให้แก่นักศึกษาชาวญี่ปุ่น ได้เรียนรู้เข้าใจ ประเทศไทยและคนไทยได้ดียิ่งขึ้น เห็นได้จากการที่คณะนักศึกษาได้เข้าพักร่วมกับชาวบ้าน เรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิตแบบชนบทของไทย ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในโรงเรียนทำให้รู้จักการทำกิจกรรมเพื่อสังคม มีจิตอาสา ซึ่งนักศึกษาทุกคนได้รับความประทับใจกับทุกกิจกรรมเป็นอย่างยิ่ง ประทับใจกับการต้อนรับและมิตรไมตรีของคนไทย ตลอดจนได้รับความรู้ความสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้น และจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกในโอกาสต่อไปอย่างแน่นอน











2013-03-14 | ข่าวและกิจกรรมล่าสุด | เปิดอ่าน 5182

ลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสาร EDF

มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา(EDF)
เลขที่ 50 อาคาร ส.มก. ชั้น 3 ถ.พหลโยธิน ลาดยาว จตุจักร กรุงเทพฯ 10900
Tel.(02)5799209 to 11 | Fax. (02)9405266 | Email. public@edfthai.org
Connect with EDF        
มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาเป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255
ทุกการบริจาคผ่าน มูลนิธิฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีตามกฎหมาย
© 2011 EDF-Thailand